บทที่ 7 เรื่องเล็กๆ ที่ไม่เคยใส่ใจ

เสียงจากคลิปสอนการใช้โปรแกรมดังอยู่บนโต๊ะเล็กหน้าห้องแต่งตัว ปาริฉัตรกดหยุดภาพ ก่อนจดคำสั่งลัดลงในสมุดแล้วทดลองทำตามบนโน้ตบุ๊ก

เธอตื่นมาเตรียมอาหารเช้าไว้ตั้งแต่หกโมง จากนั้นจึงนำของมานั่งทำงานต่อระหว่างรอพร้อมพัฒน์เตรียมตัวเสร็จ เมื่อคืนเธอใช้เวลาฝึกจนเกือบเที่ยงคืน แต่ยังจำตำแหน่งเครื่องมือที่เปลี่ยนไปได้ไม่ถึงครึ่ง

เสียงเปิดประตูห้องนอนทำให้ปาริฉัตรเงยหน้าขึ้น พร้อมพัฒน์เดินออกมาในชุดเสื้อเชิ้ตกับกางเกงทำงาน ก่อนหยุดมองโต๊ะตัวเล็กตรงหน้าห้องแต่งตัว

“เนกไทพี่อยู่ไหน”

“อยู่ในตู้ค่ะ”

“พี่รู้ว่าอยู่ในตู้ ปกติลูกปลาเอาออกมาวางไว้ตรงนี้ไม่ใช่เหรอ”

“วันนี้ลูกปลาไม่ได้เตรียมค่ะ”

“ทำไม”

“ลูกปลานึกว่าพี่พร้อมเลือกเองได้” เธอตอบแล้วก้มลงจดข้อความจากหน้าจอต่อ พร้อมพัฒน์มองเธออยู่ครู่หนึ่ง ก่อนกลับเข้าไปในห้อง

ปาริฉัตรได้ยินเสียงเลื่อนประตูตู้เสื้อผ้าดังอยู่สองสามครั้ง เธอเกือบจะลุกตามเข้าไป แต่เมื่อนึกถึงสิ่งที่ตั้งใจไว้จึงนั่งลงตามเดิม

พร้อมพัฒน์ใช้เวลานานกว่าปกติกว่าจะเดินออกมาอีกครั้ง เนกไทสีเทาอ่อนในมือไม่เข้ากับเสื้อเชิ้ตสีฟ้าที่เขาสวมอยู่ ปาริฉัตรมองเพียงครู่เดียวก็รู้ว่าควรเปลี่ยนเป็นเส้นไหน

“สีกรมน่าจะเข้ากว่าค่ะ” เขาก้มมองเนกไทในมือ

“แล้วทำไมไม่บอกตั้งแต่แรก”

“พี่พร้อมยังไม่ได้หยิบออกมาให้เห็นนี่คะ”

“ปกติลูกปลาเลือกไว้ให้แล้ว”

“แต่ต่อไปลูกปลาอาจไม่มีเวลาเตรียมทุกวันค่ะ” พร้อมพัฒน์ไม่ตอบ เขากลับเข้าไปเปลี่ยนเนกไทตามที่เธอบอก เมื่อเดินออกมาอีกครั้งจึงหยุดตรงโต๊ะตัวเดิม

“นาฬิกาล่ะ”

“อยู่ในลิ้นชักข้างเตียงค่ะ”

“ลูกปลาเก็บไว้เหรอ”

“พี่พร้อมเป็นคนถอดไว้ตรงนั้นเมื่อคืนค่ะ”

“รู้ได้ยังไง”

“ลูกปลาเห็นตอนเข้าไปหยิบยาค่ะ” เขาพยักหน้า ก่อนเดินกลับเข้าไปหยิบเอง

ปาริฉัตรปิดโน้ตบุ๊กแล้วนำไปวางอีกฝั่งของโต๊ะ จากนั้นจึงยกจานอาหารเช้าที่เตรียมไว้ออกมาจากในครัว พร้อมพัฒน์เดินลงมาพอดี เขานั่งตรงที่เดิม ก่อนมองสมุดกับกระดาษที่วางอยู่ข้างเธอ

“ฝึกตั้งแต่เช้าเลยเหรอ”

“ค่ะ ตอนบ่ายลูกปลาจะเข้าไปที่บริษัทพี่ธัน เลยอยากทบทวนให้ได้มากที่สุดก่อน”

“เมื่อวานบอกว่าจะเข้าไปสัปดาห์หน้าไม่ใช่เหรอ”

“วันสัมภาษณ์สัปดาห์หน้าค่ะ วันนี้พี่ธันให้เข้าไปคุยรายละเอียด แล้วก็รับไฟล์ตัวอย่างมาลองทำก่อน”

“ทำไมไม่ส่งมาให้”

“บางไฟล์คงไม่สะดวกส่งค่ะ”

“แล้วจำเป็นต้องเป็นธันวาคุยเองหรือเปล่า ให้พนักงานคนอื่นจัดการก็ได้” ปาริฉัตรวางแก้วกาแฟลงตรงหน้าเขา

“พี่ธันเป็นหุ้นส่วนบริษัทและเคยเป็นหัวหน้าทีมของลูกปลาค่ะ เขาเป็นคนชวนกลับไปทำงาน จะคุยรายละเอียดเองก็ไม่แปลกนี่คะ”

“เมื่อวานยังบอกว่าไม่รู้ว่าจะได้ทำงานกับเขาโดยตรงหรือเปล่า”

“คุยเรื่องรับเข้าทำงานกับทำงานในทีมเดียวกันไม่เหมือนกันค่ะ” พร้อมพัฒน์ยกกาแฟขึ้นดื่ม ก่อนมองนาฬิกาที่เพิ่งหยิบมาใส่เอง

“ไปกี่โมง”

“บ่ายสองค่ะ”

“ให้คนขับรถไปส่งไหม”

“ลูกปลาไปรถไฟฟ้าเองได้ค่ะ บริษัทอยู่ไม่ไกลจากสถานี”

“อากาศร้อนนะ”

“ลูกปลาต้องเริ่มเดินทางเองอยู่แล้วค่ะ ถ้าได้งานจริงคงให้คนขับรถไปรับส่งทุกวันไม่ได้”

“ทำไมจะไม่ได้”

“ลูกปลาไม่อยากให้คนในบริษัทเห็นว่ามีรถมารับส่งค่ะ”

“มีคนขับรถแล้วจะต้องลำบากไปเบียดกับคนอื่นทำไม”

“ลูกปลาไม่ได้ลำบากค่ะ” เธอตอบ ก่อนตักอาหารใส่จานตัวเอง พร้อมพัฒน์จึงไม่ได้พูดเรื่องคนขับรถต่อ

“แล้วจะกลับกี่โมง”

“ยังไม่แน่ใจค่ะ ถ้าคุยเสร็จเร็วก็กลับเลย แต่พี่ธันอาจให้ลองดูงานที่บริษัทก่อน”

“โทรมาบอกด้วยนะ”

“ค่ะ” ทั้งคู่กินอาหารเช้าต่อโดยไม่มีใครพูดอะไร ปาริฉัตรเปิดสมุดอ่านสิ่งที่จดไว้ระหว่างรอ พร้อมพัฒน์มองอยู่สองครั้ง แต่ไม่ได้ถามอีก

เมื่อกินเสร็จ เขาลุกขึ้นหยิบกระเป๋าทำงานที่วางอยู่บนเก้าอี้ ก่อนเดินออกไปถึงหน้าประตูแล้วหยุด

“แฟ้มประชุมพี่อยู่ไหน”

“แฟ้มสีน้ำตาลเหรอคะ”

“พี่จำสีไม่ได้ แต่น่าจะมีแค่อันเดียวนั่นแหละ เอกสารที่เอากลับมาเมื่อคืน”

“อยู่บนโต๊ะในห้องทำงานค่ะ”

“ลูกปลาไม่ได้เอาใส่กระเป๋าไว้ให้พี่เหรอ” ปาริฉัตรเงยหน้าจากสมุด

“ไม่ได้ใส่ค่ะ ลูกปลานึกว่าพี่พร้อมจัดเรียบร้อยแล้ว” เขามองกระเป๋าในมือ ก่อนเดินกลับเข้าไปในห้องทำงาน ปาริฉัตรเกือบลุกตามไปช่วยหา แต่สุดท้ายเพียงเก็บจานบนโต๊ะเข้าด้วยกัน

พร้อมพัฒน์กลับออกมาพร้อมแฟ้มสีน้ำตาล เขาเปิดกระเป๋าใส่เอกสารด้วยตัวเอง ก่อนมองโต๊ะที่เต็มไปด้วยสมุดจด แฟ้มผลงาน และโน้ตบุ๊กของเธอ

“เพิ่งจะกลับไปทำงาน ยังไม่ต้องจริงจังขนาดนี้ก็ได้”

“ลูกปลาหยุดไปสามปีค่ะ ถ้าไม่จริงจัง คนที่ต้องลำบากจะเป็นคนในทีม” มือที่กำลังปิดกระเป๋าของเขาหยุดไปครู่หนึ่ง

“อย่าฝืนจนไม่สบายแล้วกัน”

“ค่ะ” พร้อมพัฒน์เดินออกจากบ้าน ปาริฉัตรยกจานตามออกมาส่งถึงหน้าประตู เขาหันไปบอกแม่บ้านให้เตรียมอาหารเย็นตามเวลาปกติ เธอจึงพูดขึ้นก่อน

“เย็นนี้ไม่ต้องเตรียมของลูกปลานะคะ อาจกลับไม่ทัน”

“ถ้ากลับช้าก็บอก พี่จะรอ”

“ไม่ต้องรอหรอกค่ะ พี่พร้อมกินข้าวก่อนได้เลย เดี๋ยวลูกปลาสั่งกับข้าวร้านป้าจุ๋มไว้ให้” มือของพร้อมพัฒน์หยุดอยู่ตรงประตูรถ

“ปกติลูกปลาก็รอไม่ใช่เหรอ”

“แต่ต่อไปอาจไม่ได้กินด้วยกันทุกวันแล้วค่ะ อีกอย่างตอนที่ลูกปลารอ ลูกปลาอยากกินข้าวกับพี่พร้อมเองนี่คะ ถ้าพี่พร้อมไม่ได้อยากกินพร้อมลูกปลา ไม่ต้องรอก็ได้ค่ะ” เขามองเธออยู่ครู่หนึ่ง ก่อนก้มลงขึ้นรถ เนกไทสีกรมที่กลับไปหยิบมาเปลี่ยนเองอยู่ที่คอ ส่วนแฟ้มประชุมซึ่งเกือบทิ้งไว้ที่บ้านวางอยู่บนตัก

ปาริฉัตรปิดประตูรถให้ ก่อนถอยออกมายืนมองรถเคลื่อนออกจากบ้านไป โดยไม่ได้รับปากว่าจะกลับมาทันอาหารเย็นเหมือนทุกครั้ง เขาไม่เคยใส่ใจเรื่องพวกนี้มาก่อนเลย

บทก่อนหน้า
บทถัดไป